แอปเปิลไม่ยอมแหว่ง!!
|
|
|
เชื่อแน่ว่าใครหลายคนคงเคยได้สัมผัสหรือผ่านตากับสินค้าสัญลักษณ์รูปแอปเปิลแหว่งมาบ้างแล้ว หากมองความเป็น แอปเปิล จะต้องนึกถึงเพียงคำเดียว อินโนเวชั่น (Innovation) เป็นสิ่งสำคัญ แต่การทำตลาดในไทยนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ภาพรวมตลาดยังไปได้ไกลและมีโอกาสเติบโต เพราะการปรับเปลี่ยนทัศนคติของผู้ใช้คนไทยทั่วไป ก้าวข้ามความกลัวต่อความเป็นแอปเปิล ในแง่ของ ใช้ยากและราคาสูง ซึ่งยังมีผลิตภัณฑ์อีกหลายตัว ที่ผู้ใช้ยังไม่ทราบคุณค่าแท้จริง
หลังจากเข้ามานั่งแท่นกุมบังเหียนทั้งแบรนด์และผลิตภัณฑ์แอปเปิลได้ไม่นาน เทิดศักดิ์ สกุลยงค์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท แอปเปิล (ประเทศไทย) จำกัด ให้คำจำกัดความสั้นๆ ว่า คำตอบที่นำไปสู่กลยุทธ์หลักของแอปเปิล ไม่ใช่ตลาดเมืองไทยมีจุดอ่อน แต่สำหรับ จุดอ่อน ที่ต้องจัดการคือ ตัวเอง ต้องขยันทำการบ้านให้หนักกว่าที่ผ่านมา รูปแบบความท้าทายสำหรับแอปเปิลยังคงเป็น 3 ประเด็นหลักคือ 1.มุ่งให้ความรู้กับผู้ใช้งาน นำความเข้าใจผิดทุกกรณีออกไป 2.สร้างความเข้าใจด้านราคาที่เหมาะสมกับประสิทธิภาพแท้จริง และสุดท้าย 3. สร้างประสบการณ์การใช้งานที่ง่ายบนความไม่จำกัดเฉพาะในโลกแอปเปิลอย่างเดียวอีกต่อไป
โดยเฉลี่ยทุกปี 8% ของยอดขาย หรือประมาณ 1 ใน 4 แอปเปิลทุ่มไปกับการพัฒนาวิจัยเทคโนโลยีและดีไซน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่ออนาคต ออกสู่ตลาดตลอดเวลา เพื่อให้สมกับคำว่า แข็งแกร่งบนสังเวียนระดับโลก เทิดศักดิ์ เล่าให้ฟังว่า ในแง่ของผลิตภัณฑ์เราเปลี่ยนมามากแล้ว ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของแอปเปิล แบ่งกลุ่มผู้ใช้งานชัดเจน ระหว่างกลุ่มผู้ใช้งานระดับมืออาชีพ หรือสาวกแม็ค และกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป รวมถึงการนำผลิตภัณฑ์เข้าถึงถูกต้องกับตลาด ด้วยจุดแข็งภายใต้ ดีไซน์เพื่อการใช้งานที่ง่ายขึ้น และ ความเป็นอนาคต ทำให้เหนือกว่าคู่แข่งจะไล่ทัน
เวอร์ชั่นระบบปฏิบัติการใหม่ๆ ที่ออกมารองรับการใช้งานในโลกอนาคต เช่น เดือน เมษายน ปี 2550 แอปเปิลจะออกระบบปฏิบัติสปิง เป็นเวอร์ชั่นที่ขยับหนี สิ่งที่ใช้ในปัจจุบันและเหนือกว่าสิ่งที่กำลังจะออกอย่าง วินโดวส์ วิสต้า ซึ่งสาวกแอปเปิลมีใช้มาเป็นปี เทิดศักดิ์ กล่าว
หน้าที่หลักของแอปเปิลขณะนี้คือ สร้างประสบการณ์ตรงกับผู้บริโภคทั่วไป ได้สัมผัสและใช้งานผลิตภัณฑ์ของแอปเปิล แล้วรู้สึกง่ายที่สุด ไม่ว่าจะเป็น การกำหนดกลยุทธ์การตลาดแบบเน้นจัดกิจกรรม เจาะเข้าถึงตลาดเฉพาะกลุ่ม อาทิ โฟโต้ ทำเพลง และภาพยนตร์ แต่ไม่ทอดทิ้งสาวกแอปเปิลหรือระดับมืออาชีพที่เหนียวแน่น ยังจัดกิจกรรมส่งเสริมให้ความรู้ ในการพัฒนาทักษาเฉพาะทางอย่างต่อเนื่อง เช่น งาน Pro Day เมื่อ 14 ก.ย ที่ผ่านมา เน้นส่งเสริมความสำเร็จ การสร้างภาพยนตร์ ด้วยเทคโนโลยีแอปเปิล
รวมถึงตอกย้ำภาพความเป็นผู้นำในทุกด้าน กับรูปโฉมและแนะนำช้อปแอปเปิลใหม่ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคู่ค้า พร้อมกับขยายและรักษาฐานลูกค้าให้อยู่กับเรานานที่สุด ด้วยกระบวนการโอนสินค้า ที่ภาษาแอปเปิล เรียกว่า D-apple Experience เริ่มตั้งแต่ การซื้อ นำไปใช้งาน และบริการหลังการขาย ซึ่งต้องบริการวงจรให้ดีที่สุด แอปเปิลจริงจังมากขึ้นกับการปรับรูปโฉมใหม่ ช้อปแอปเปิล บนพื้นฐานข้อกำหนดร่วมกับคู่ค้าที่ชัดเจน ในกลุ่ม แอปเปิล พรีเมียม รีเซลเลอร์ ภายใต้ชื่อ iStudio by ปัจจุบันเปิดให้บริการแห่งเดียวที่สยามพารากอน ภายในสิ้นปีนี้จะเปิดให้ถึง 10 แห่ง ทั้งคู้ค้ารายเดิมและหน้าใหม่ ควบคู่ไปกับการจัดโปรโมชั่นกระตุ้นตลาด ทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัด อาทิ เชียงใหม่ ภูเก็ต สมุย และอุตรดิตถ์ เทิดศักดิ์ กล่าว
เทิดศักดิ์ ยืนยันถึงการดำเนินธุรกิจในเมืองไทยว่า ยังคงไม่ปรับเปลี่ยน แม้ช่วงที่ผ่านมาหลังกูเกิลเข้ามานั่งในบอร์ดของแอปเปิล ถือเป็นแนวทางความร่วมมือที่ดี ซึ่งจะต้องสร้างรูปแบบการตลาดหรือบริการแนวลึกกว่าปกติ ไม่เคยปรากฏมาก่อน นอกเหนือจากที่กูเกิลเคยร่วมมือกับพาร์ทเนอร์รายอื่นๆ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รายงานหรือแนวทางใหม่ๆ จากบริษัทแม่ ดังนั้น แอปเปิล ประเทศไทยยังคงดำเนินนโยบายเดิม
แอปเปิลจะพุ่งเป้าหมายหลักไปยังตลาดการภาคการศึกษาเป็นตลาดใหญ่ โดยเฉพาะตลาดมหาวิทยาลัย ภาควิชาเฉพาะทาง เช่น วิศวกรรมศาสตร์ นิเทศศาสตร์ และสถาปัตยกรรม รวมถึงสถาบันการศึกษาระดับมัธยมของเอกชนมากกว่าภาครัฐ ซึ่งแอปเปิล ได้จัดโปรแกรม back to school ใหม่ในไทยเป็นปีแรก นอกเหนือจากอเมริกา เปิดให้กลุ่มนักเรียนนักศึกษา สามารถซื้อผลิตภัณฑ์แอปเปิลทั้งหมดในราคาพิเศษ ถูกกว่าปกติ 10%
โดยแอปเปิลมีความประสงค์ ต้องการขยายกลุ่มผู้ใช้ทั่วไป ขยับขึ้นมาเป็นสาวกแอปเปิลหรือมืออาชีพเพิ่มขึ้น ด้วยแนวคิดว่า แอปเปิลเป็นเพียงเครื่องมือพัฒนาผลิตผลงาน ทำให้ผู้ใช้ต้องเสียเวลาเรียนรู้การใช้งานน้อยที่สุด นำเวลาที่เหลือไปใช้คิดสร้างสรรค์ให้มากที่สุด ถึงขั้นสามารถผลิตผลงานออกแบบส่งออกต่างประเทศได้อย่างมีคุณภาพ ทางด้านฝีมือและแนวคิดคนไทยไม่แพ้ต่างชาติ
เทิดศักดิ์ เล่าให้ฟังว่า แอปเปิลมีอัตราการเติบโตทั่วโลกไตรมาส 3 ปีนี้ (มี.ค-พ.ค 49) มีมูลค่า 4.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ เทียบกับปีที่แล้วในไตรมาสเดียวกัน มีมูลค่า3.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือโตขึ้น 25% ไตรมาส มาจากส่วนแบ่งการตลาด กลุ่มไอพอด 55% และ45% เป็นฮาร์ดแวร์ มีกำไรทั้งสิ้น 472 ล้านเหรียญสหรัฐ โตขึ้น 30% มาจากกระแส ไอพอดเฮโล เอฟเฟค ทั่วโลกต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา
โดยเฉพาะตลาดแอปเปิล สหรัฐอเมริกา มีอัตราการเติบโต 39% มาจากยอดขายฮาร์ดแวร์ 1.327 ล้านเครื่อง คิดเป็นเดกส์ท็อป 40% และโน้ตบุ๊ก 60% ซึ่งซีพียูโดยรวมโตขึ้น 12% และเป็นชิพอิลเทลครบทั้งหมด 100% จากไตมาส 2 ปีนี้ 75%
ส่วนยอดขายไอพอด มูลค่า 8.11 ล้านเครื่อง จากทั้งไอพอด 3 ตระกูล ได้แก่ ไอพอดชัฟเฟิล ไอพอดนาโน และไอพอดมูฟวี่ โตขึ้น 32% แม้ว่าตลาดเครื่องเล่นดิจิตอลเมื่อปีที่ผ่านมา เป็นช่วงขาช่วงขาลงหรือซบเซาเพราะต้องเปลี่ยนสู่ไอพอดรุ่นใหม่ ซึ่งขณะนั้นแอปเปิลยังไม่มี แต่กลับมีตัวเลขยอดขายเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงในไทยด้วย มาจากปัจจัยที่ผู้บริโภคได้มีโอกาสเริ่มใช้ แล้วรู้ว่าใช้ง่ายจริงๆ
อย่างไรก็ตาม สำหรับ เทิดศักดิ์ แล้ว ถ้าชัยชนะเริ่มต้นจากโอกาส ที่เรียกว่า มีของดีอยู่ในมือ หาใช่ คำตอบ แต่จากการก้าวเข้ามาในจังหวะเวลาเหมาะสม มีทีมเพื่อนร่วมงานและคู่ค้าที่ดี เข้าใจนโยบายของแอปเปิล พร้อมด้วยจุดแข็งความเป็น/แบรนด์และผลิตภัณฑ์ แอปเปิล ต่างหากที่ช่วยเสริมให้การบริหารสิ่งต่างๆ ง่ายขึ้น ตัวเองนั้นเป็นเพียงส่วนประกอบ
ด้วยบทบาทของพลังผู้บริหารไอทีรุ่นใหม่ อาศัยไลฟ์สไตล์ความเป็นสาวกแอปเปิลคนหนึ่ง เพื่อขับเคลื่อนองค์กรมองทะลุข้อจำกัด สู่เป้าหมาย คนไทยจะรู้จักสินค้าและเปลี่ยนทัศนคติกล้าใช้แอปเปิลมากขึ้นได้ สำหรับยักษ์ใหญ่อย่างแอปเปิลแล้ว แม้แบรนด์ของบริษัทจะเป็นสัญลักษณ์รูปแอปเปิลแหว่งก็ตาม แต่รับรองได้ว่าการการบริหารงานในเมืองไทย ไม่มีคำว่า แหว่ง เหมือนแบรนด์ของบริษัทแน่นอน
ที่มา : ผู้จัดการ
| ข่าวประจำวันที่ 2006-09-19 | ดูข่าวอื่นๆ |
